ถ้าให้ตอบ สมสะหมอนคงว่าถูกทุกข้อ ก็ดูเอาจากคอมเมนท์แต่ละอันที่พวกหนูๆได้รับ มันสร้างสรรค์ซะที่ไหน 'You are gorgeous' , 'Beautiful , 'You are so pretty', 'Sexy', 'Amazing' คอมเมนท์เหล่านี้มันช่างตื้นเขิน และสร้างภาพลวง สร้างค่านิยมฉาบฉวย ให้ติดอยู่ที่รูปร่างภายนอก สมสะหมอนไม่ได้จะต่อต้านค่านิยม Selfie แต่อย่างใด เพียงแต่ว่าถ้าทำสนุกๆนานๆครั้งไม่จริงจังอะไรก็ดีไป แต่ถ้าเล่นติดกันแบบหายใจเข้าออกเป็น selfie อันนี้ซิน่ากลัว โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ที่จะต้องเติบโตมาเป็นอนาคตของชาติ สมสะหมอนไม่รู้หรอกว่าเด็กไทยจะคลั่งselfie แบบนี้ไหม
Selfie เป็นคำศัพท์ที่มาแรง มันเป็นคำศัพท์ใหม่ที่ยังไม่มีความหมายในดิกชั่นนารี่เล่มไหน แต่จากปี 2014 มันจะปรากฎอยู่ใน Oxford Dictionary ว่าหมายถึงรูปภาพที่คนถ่ายภาพตัวเองโดยใช้สมารท์โฟนหรือเวบแคมและอัพโหลดลงในเวบไซท์โซเชียลเช่นเฟสบุ้คหรืออินสตารแกรม ( a photograph that one take of oneself , typically one has taken with a smartphoen or webcam and uploaded to a social media website) เพราะความที่คำว่า selfie มียอดการใช้มากที่สุด ว่ากันว่าในระยะเวลาสิบสองเดือนมีการใช้เพิ่มขึ้นถึง 17000% Oxford Dictionary เลยตัดสินให้คำศัพท์ Selfie เป็นผู้ชนะเลิศคำศัพท์ยอดฮิตประจำปี 2013 นอกจากเจ้าศัพท์ใหม่ใช้บ่อยจนเป็นที่ติดปากยอดฮิตแล้ว เจ้าคำSelfie มันก็ยังบ่งบอกถึงค่านิยมใหม่ที่ครอบงำคนรุ่นใหม่ในสังคมอังกฤษโดยเฉพาะวัยรุ่น สังคมที่มีจุดศุนย์กลางอยู่ที่ตัวเอง คิดถึงแต่ตัวเอง
ว่ากันว่าที่มาของคำนี้ปรากฎใน Australian online forum ในปี2002 เมื่อหนุ่มออสซี่โพสรูปตัวเองลงในฟอรัมหลังจากหกล้มปากกระแทกพื้น ปากถูกเจาะเป็นรู โดยเธอเขียนโน้ตสั้นๆใต้รูปภาพว่า 'And sorry about the focus, it was a selfie'.
ภาพแรกแปลได้ความหมายว่า 'การถ่ายรูปตัวเองแล้วโพสลงใน Social media ทุกวัน เหมือนเป็นการป่าวประกาศให้โลกรู้ว่ากรุณาสนใจฉันหน่อยเพราะอย่างที่เห็นๆอยู่แฟนของฉันเขาไม่สนใจ'